กลับหน้าแรก

ประกาศความเป็นส่วนตัว

ระบบขอรับจัดสรรงบลงทุน · สำนักงานยุทธศาสตร์ มจธ.

ฉบับร่าง — ข้อความนี้จัดทำโดยผู้พัฒนา จากการตรวจสอบการทำงานจริงของระบบ ยังไม่ผ่านการตรวจทานจากผู้รับผิดชอบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของมหาวิทยาลัย จึงยังไม่ถือเป็นประกาศที่มีผลผูกพัน หากพบข้อความที่ไม่ถูกต้อง กรุณาแจ้งตามช่องทางในข้อ 8

ประกาศนี้อธิบายว่าระบบขอรับจัดสรรงบลงทุน (Investment Portal) เก็บข้อมูลส่วนบุคคลอะไรบ้าง เก็บไปทำอะไร ส่งต่อให้ใคร และผู้ใช้มีสิทธิอะไรตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

1. ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

สำนักงานยุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ในฐานะผู้ดูแลระบบขอรับจัดสรรงบลงทุน

2. ข้อมูลที่ระบบเก็บ

กลุ่มข้อมูลรายละเอียด
บัญชีผู้ใช้อีเมล ชื่อ-นามสกุล คณะ/หน่วยงานที่สังกัด เบอร์โทรภายใน เบอร์มือถือ และสิทธิการใช้งานในระบบ
คำขอที่ยื่นรายละเอียดรายการที่ขอ วงเงิน เหตุผลความจำเป็น อีเมลและเบอร์ติดต่อของผู้ยื่น และชื่อผู้เสนอราคาที่ผู้ยื่นกรอก
เอกสารแนบไฟล์ที่ผู้ยื่นอัปโหลด เช่น คุณลักษณะเฉพาะ ใบเสนอราคา BOQ ราคากลาง มติที่ประชุม รูปสถานที่ รวมถึงข้อมูลของบุคคลภายนอกที่ปรากฏในเอกสารเหล่านั้น
บันทึกการใช้งานเวลาเข้า-ออกระบบพร้อมอีเมล การเปลี่ยนสถานะคำขอ การส่งออกรายงาน และการแก้ไขสิทธิผู้ใช้
ข้อมูลทางเทคนิคหมายเลขไอพี (IP address) เฉพาะขั้นตอนตั้งรหัสผ่าน เพื่อจำกัดจำนวนครั้งที่พยายามตั้งรหัสผ่าน

3. วัตถุประสงค์และฐานการประมวลผล

ระบบใช้ข้อมูลข้างต้นเพื่อรับคำขอรับจัดสรรงบลงทุน ตรวจสอบและพิจารณาคำขอ จัดทำรายงานสรุปเสนอผู้บริหาร แจ้งผลการพิจารณากลับไปยังผู้ยื่น และรักษาความปลอดภัยของระบบ

การประมวลผลอาศัยฐานการปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจของหน่วยงานรัฐ ไม่ได้อาศัยความยินยอมเป็นฐานหลัก จึงไม่มีขั้นตอนให้กดยินยอมก่อนใช้งาน (ฐานการประมวลผลนี้รอการยืนยันจากผู้รับผิดชอบด้านกฎหมายของมหาวิทยาลัย)

4. การวิเคราะห์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ข้อควรทราบก่อนแนบเอกสาร: เมื่อเจ้าหน้าที่สั่งให้ระบบวิเคราะห์คำขอ ระบบจะส่ง เนื้อหาคำขอและไฟล์เอกสารแนบ ออกไปยังบริการปัญญาประดิษฐ์ของ Anthropic (Claude API) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการในต่างประเทศ เพื่อช่วยสรุปและตรวจความครบถ้วนของเอกสาร

ผลการวิเคราะห์เป็นเพียงข้อมูลประกอบการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่การตัดสินใจอัตโนมัติที่มีผลต่อคำขอโดยตรง ระบบเก็บข้อความที่ส่งไปและคำตอบที่ได้กลับมาไว้ในบันทึกการใช้งาน

หากเอกสารที่ท่านจะแนบมีข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่นเกินความจำเป็น โปรดพิจารณาปกปิดส่วนนั้นก่อนอัปโหลด

5. ผู้ให้บริการภายนอกที่เกี่ยวข้อง

ระบบพึ่งพาผู้ให้บริการภายนอกดังนี้

  • Supabase — ฐานข้อมูล ระบบยืนยันตัวตน และที่จัดเก็บไฟล์เอกสารแนบ (เซิร์ฟเวอร์ตั้งอยู่ที่กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี)
  • Vercel — โฮสต์ตัวเว็บแอปพลิเคชันและบันทึกการทำงานของเซิร์ฟเวอร์ (ประมวลผลฝั่งเซิร์ฟเวอร์ที่วอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา ส่วนการตรวจสิทธิ์ก่อนเข้าหน้าเว็บทำที่ศูนย์ข้อมูลใกล้ผู้ใช้ ซึ่งสำหรับผู้ใช้ในประเทศไทยคือสิงคโปร์)
  • Resend — บริการส่งอีเมลแจ้งเตือน (อีเมลผู้รับ เลขที่คำขอ ชื่อรายการ และหมายเหตุจากเจ้าหน้าที่จะอยู่ในเนื้ออีเมล)
  • Anthropic — บริการปัญญาประดิษฐ์ตามข้อ 4 (ผู้ให้บริการประกาศว่าไม่นำข้อมูลที่ส่งผ่าน API ไปฝึกโมเดล และลบข้อมูลที่รับไว้ภายใน 30 วัน เว้นแต่กรณีที่ต้องเก็บตามกฎหมาย หรือกรณีที่ระบบตรวจพบการใช้งานผิดเงื่อนไข ซึ่งจะเก็บนานกว่านั้น)

ฐานข้อมูล ไฟล์เอกสารแนบ และการประมวลผลฝั่งเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดจึงอยู่นอกราชอาณาจักร ส่วนที่ตั้งเซิร์ฟเวอร์ของ Resend มหาวิทยาลัยยังอยู่ระหว่างตรวจสอบ และจะปรับปรุงประกาศนี้เมื่อได้ข้อมูลครบถ้วน

6. ระยะเวลาการเก็บรักษา

ระบบลบข้อมูลบางประเภทโดยอัตโนมัติวันละครั้ง ตามระยะเวลาต่อไปนี้

  • บันทึกการใช้งานระบบ (log) — ลบอีเมลและข้อความประกอบที่อยู่ในบันทึกเมื่อพ้น 90 วัน และลบทั้งรายการเมื่อพ้น 2 ปี
  • ข้อมูลที่ส่งให้ AI วิเคราะห์ — ลบข้อความคำขอและคำตอบที่บันทึกไว้เมื่อพ้น 90 วัน (คงไว้เฉพาะสถิติการใช้งานที่ไม่ระบุตัวบุคคล)
  • บันทึกการจำกัดจำนวนครั้งการตั้งรหัสผ่าน — ลบเมื่อพ้น 24 ชั่วโมง

ส่วนข้อมูลคำขอ เอกสารแนบ และบัญชีผู้ใช้ ถูกเก็บไว้เพื่อใช้อ้างอิงในการจัดทำและตรวจสอบงบประมาณ ปัจจุบันยังไม่มีการลบโดยอัตโนมัติ — จะถูกลบเมื่อผู้ใช้หรือเจ้าหน้าที่ลบด้วยตนเองเท่านั้น มหาวิทยาลัยอยู่ระหว่างกำหนดระยะเวลาเก็บรักษาของข้อมูลกลุ่มนี้ และจะระบุไว้ในประกาศฉบับปรับปรุงเมื่อกำหนดแล้ว

7. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ท่านมีสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ดังนี้

  • ขอเข้าถึงและขอสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ระบบเก็บไว้
  • ขอแก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นปัจจุบัน
  • ขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล เมื่อหมดความจำเป็นตามวัตถุประสงค์
  • ขอให้ระงับการใช้ข้อมูลชั่วคราว
  • คัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล
  • ร้องเรียนต่อหน่วยงานที่มีอำนาจ หากเห็นว่าการประมวลผลไม่ชอบด้วยกฎหมาย

การใช้สิทธิบางกรณีอาจถูกจำกัด หากข้อมูลนั้นจำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย หรือการตรวจสอบงบประมาณของหน่วยงาน

ผู้ใช้สามารถแก้ไขข้อมูลติดต่อของตนเอง และปิดรับอีเมลแจ้งเตือนได้เองที่หน้า “ตั้งค่า” หลังเข้าสู่ระบบ

วิธีใช้สิทธิ

  1. ส่งคำขอมาที่อีเมลในข้อ 8 โดยส่งจากอีเมล มจธ. ที่ผูกกับบัญชีของท่าน หากท่านไม่มีบัญชีในระบบ (เช่น ข้อมูลของท่านปรากฏในเอกสารที่ผู้อื่นแนบ) กรุณาแนบหลักฐานยืนยันตัวตนและระบุว่าข้อมูลของท่านน่าจะอยู่ในเอกสารใด
  2. ระบุสิทธิที่ต้องการใช้และขอบเขตของข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
  3. สำนักงานยุทธศาสตร์จะตอบรับคำขอ ดำเนินการ และแจ้งผล ภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด นับจากวันที่ยืนยันตัวตนครบถ้วน

ข้อจำกัดที่ควรทราบ: ข้อมูลที่ส่งไปให้ผู้ให้บริการปัญญาประดิษฐ์ตามข้อ 4 แล้ว มหาวิทยาลัยไม่สามารถสั่งให้ลบเป็นรายรายการได้ (ผู้ให้บริการลบข้อมูลตามรอบของตนเอง) สิ่งที่ลบได้คือสำเนาที่เก็บไว้ในระบบนี้ เช่นเดียวกับอีเมลแจ้งเตือนที่ส่งออกไปแล้ว ซึ่งอยู่ในกล่องจดหมายของผู้รับ

8. ช่องทางติดต่อ

หากต้องการใช้สิทธิข้างต้น สอบถามเพิ่มเติม หรือแจ้งข้อความที่ไม่ถูกต้องในประกาศนี้ กรุณาติดต่อสำนักงานยุทธศาสตร์ที่

strategyoffice@kmutt.ac.th

ปรับปรุงล่าสุด 13 สิงหาคม 2569

© 2569 สำนักงานยุทธศาสตร์ มจธ.